บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio ที่ตอบโจทย์ทุกภาวะตลาด โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพของพอร์ตและโอกาสการเติบโตในระยะยาว ผ่านกองทุนคัดสรรที่สามารถทำผลงานระดับ Quartile 1 ในหลายช่วงเวลา ครอบคลุมทั้งพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ผ่านกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series และธีมการลงทุนที่มีศักยภาพในพอร์ตรอง (Satellite Portfolio) ผ่านกองทุน K-GDBONDUH, K-GINFRA-A(D) และ K-GTECH พร้อมแนะนำกองทุน K-SF-A เสริมพอร์ตเพิ่มสภาพคล่องรอจังหวะลงทุน
นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลกจากปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ กลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite ยังคงเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายวินกล่าวต่อไปว่า พอร์ตหลัก (Core Portfolio) ทำหน้าที่เป็นรากฐานของการลงทุน ผ่านกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ซึ่งมีจุดเด่นด้าน Dynamic Asset Allocation ที่สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด พร้อมบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม โดยเฉพาะกองทุน K-WPULTIMATE ที่สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ได้ประมาณ 9% แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์สงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนศักยภาพในการบริหารพอร์ตเชิงรุกและการกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังคงรักษาผลการดำเนินงานในระดับ Quartile 1 ในช่วง 3 เดือน, 3 ปี และตั้งแต่จัดตั้ง นอกจากนี้ กองทุน K-WPSPEEDUP ก็สามารถรักษาผลตอบแทนในระดับ Quartile 1 ในหลายช่วงเวลาเช่นกัน (ที่มา: Morningstar 15 พ.ค. 69 ในกลุ่ม Thailand OE Aggressive Allocation และ Thailand OE Moderate Allocation)
“ในส่วนของพอร์ตรอง (Satellite Portfolio) ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างผลตอบแทนเชิงรุกจากธีมที่มีแนวโน้มเติบโต นำโดยกองทุน K-GDBONDUH ที่ลงทุนผ่าน PIMCO GIS Income Fund เน้นสร้างรายได้สม่ำเสมอจากอัตราผลตอบแทน (Yield) ที่ยังอยู่ในระดับสูง และมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูง (Investment Grade) ประมาณ 85% ช่วยเสริมความมั่นคงให้พอร์ต โดยมีผลการดำเนินงานในระดับ Quartile 1 ในช่วงตั้งแต่ต้นปี, 3 เดือน, 6 เดือน และตั้งแต่จัดตั้ง ในขณะที่กองทุน K-GINFRA-A(D) มุ่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการใช้ไฟฟ้า ซึ่งได้แรงหนุนเชิงโครงสร้างระยะยาวจากการใช้ไฟฟ้าแทนพลังงานเดิม โดยมีผลการดำเนินงานในระดับ Quartile 1 ในช่วงตั้งแต่ต้นปี, 1 ปี และ 3 ปี ด้านกองทุน K-GTECH ยังได้อานิสงส์จากความต้องการ AI ทั่วโลก หนุนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของกลุ่มเทคโนโลยีโดยเฉพาะในสหรัฐฯ โดยมีผลการดำเนินงานในระดับ Quartile 1 ในช่วงตั้งแต่ต้นปี, 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี และ ตั้งแต่จัดตั้ง (ที่มา: Morningstar 15 พ.ค. 69 ในกลุ่ม Thailand OE Global Bond, Thailand OE Global Infrastructure และ Thailand OE Global Technology)" นายวินกล่าว
นายวินกล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.กสิกรไทย ยังคงแนะนำให้ผู้ลงทุนจัดสรรบางส่วนไว้ในกองทุนตลาดเงินผ่านกองทุน K-SF-A เพื่อช่วยบริหารสภาพคล่องและรองรับโอกาสการลงทุนในจังหวะที่เหมาะสม โดยกองทุนมีความผันผวนต่ำและและมีขนาดกองทุนใหญ่เป็นอันดับ 1 ของไทย อีกทั้งยังมีผลการดำเนินงานในระดับ Quartile 1 ในช่วง 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี, 10 ปี และตั้งแต่จัดตั้ง (ที่มา: Morningstar 15 พ.ค. 69 ในกลุ่ม Thailand OE Money Market)
การผสานระหว่างสินทรัพย์สภาพคล่อง พอร์ตหลักที่เน้นเสถียรภาพ และพอร์ตรองที่มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงรุก คือหัวใจของ Core & Satellite Portfolio ซึ่งช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าในระยะยาว สะท้อนแนวทางการลงทุนที่ให้ความสำคัญทั้งในมิติของเสถียรภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกช่วงของวัฏจักรตลาด
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
นายวิน พรหมแพทย์, CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) พร้อมคณะผู้บริหารของ บลจ.กสิกรไทย ให้การต้อนรับนายแพทริก เฮมเมอร์ (H.E. Mr. Patrick Hemmer) เอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย และนายทอม เธโอบาลด์ (Mr. Tom Théobald) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Luxembourg for Finance (LFF) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลการพัฒนาศูนย์กลางการเงินของลักเซมเบิร์ก เนื่องในโอกาสเยี่ยมชมธุรกิจจัดการกองทุน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการพัฒนาตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงทิศทางการขับเคลื่อนการลงทุนโดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินของทั้ง บลจ.กสิกรไทย และ LFFนายวิน พรหมแพทย์, CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) พร้อมคณะผู้บริหารของ บลจ.กสิกรไทย ให้การต้อนรับนายแพทริก เฮมเมอร์ (H.E. Mr. Patrick Hemmer) เอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย และนายทอม เธโอบาลด์ (Mr. Tom Théobald) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Luxembourg for Finance (LFF) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลการพัฒนาศูนย์กลางการเงินของลักเซมเบิร์ก เนื่องในโอกาสเยี่ยมชมธุรกิจจัดการกองทุน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการพัฒนาตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงทิศทางการขับเคลื่อนการลงทุนโดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินของทั้ง บลจ.กสิกรไทย และ LFF